ก่อนเริ่มตกแต่งภายในบ้านควรเตรียมตัวยังไง สำหรับมือใหม่
“เพราะบ้านคือ Safe Zone” หลังจากออกไปทำงานหรือเผชิญหน้ากับความวุ่นวายมาทั้งวัน แต่เมื่อกลับบ้านมา ก็ยังรู้สึกว่าเหนื่อยเหมือนเดิมหรือบางทีอาจจะรู้สึกเหนื่อยกว่าเดิมด้วยซ้ำ แทนที่เราควรจะรู้สึกผ่อนคลายและได้พักผ่อน เพราะ ”บ้าน” ไม่ใช่แค่สถานที่สำหรับแค่อยู่อาศัย แต่ควรเป็นพื้นที่ที่ให้ความสบายใจและความสงบเปรียบเหมือน Safe Zone ของเรา
ถ้าหากสังเกตุดีๆ การตกแต่งภายในบ้านจะเป็นสิ่งที่ส่งผลต่ออารมณ์ของเราได้ เพราะการออกแบบและการตกแต่งภายในบ้านแต่ละสไตล์ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้บ้านดูสวยงามแต่ยังบอกถึงตัวตนของเจ้าบ้านได้อีกด้วย แต่ถ้าคุณยังเป็นมือใหม่สำหรับเรื่องการแต่งบ้านแล้วเกิดคำถามว่า “การตกแต่งภายในบ้านเตรียมตัวยังไง? แต่ละแบบแต่ละสไตล์มีแบบไหนบ้างล่ะ?” ในบทความนี้เราจะพาคุณมารู้จักสไตล์การตกแต่งบ้าน ที่กำลังเป็นเทรนด์ในปี 2025 กันพร้อมข้อดี ข้อเสีย ของแต่ละสไตล์เพื่อให้ตรงกับความต้องการและสไตล์ของคุณ
ถ้าพูดถึงการตกแต่งภายในบ้านแล้ว มันไม่ใช่เพียงการเลือกเฟอร์นิเจอร์หรือสีผนังห้องให้สวยงามแค่นั้น แต่ยังเป็นการสร้างบรรยากาศที่สะท้อนถึงตัวตนและความรู้สึกของคนอาศัย ก่อนที่เราจะพาคุณไปรู้จักกับสไตล์การแต่งบ้าน เราจะมาแนะนำการเตรียมตัวสำหรับผู้ที่อยากแต่งบ้านมือใหม่ว่าก่อนจะเริ่มตกแต่งควรเตรียมตัวยังไงบ้าง
- กำหนดงบประมาณ ก่อนจะเริ่มตกแต่ง ควรที่จะตั้งงบประมาณไว้ในใจก่อน เพื่อที่จะทำให้รู้ขอบเขตและไม่ให้งบบานปลาย
- เลือกสไตล์ที่ชอบ ตัดสินใจเกี่ยวกับสไตล์ที่คุณคิดว่าตรงใจ หรือเห็นแล้วสบายใจที่สุด เช่น Modern , Minimal หรือ Mazimal เพื่อให้เลือกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งในบ้านให้ไปในทีมเดียวกัน
- วัดขนาดพื้นที่ เพราะบางทีขนาดเฟอร์นิเจอร์แต่ละอย่างมีขนาดที่แตกต่างกันบางอันอาจจะใช้พื้นที่เยอะหรืออาจจะใช้ที่น้อย ซึ่งควรวัดพื้นที่ให้เรียบร้อยก่อนเพื่อให้พอดีกับเฟอร์นิเจอร์ที่จะซื้อมา
- เลือกสีผนังและเฟอร์นิเจอร์ตกแต่ง เลือกเฟอร์นิเจอร์และสีผนังให้เข้ากับพื้นที่และเหมาะสมกับการใช้งาน เช่น โต๊ะ, เก้าอี้, โซฟา หรือชั้นวางของ ควรเลือกวัสดุและดีไซน์ที่ตรงกับสไตล์ที่ต้องการ
- คำนึงถึงฟังก์ชันการใช้งาน นอกจากความสวยงามแล้ว สิ่งที่ต้องคำนึงอีกอย่างนั่นก็คือ ความสะดวกสบายและฟังก์ชันการใช้งานของห้อง เช่น ห้องนั่งเล่นควรมีพื้นที่นั่งสบาย, ห้องครัวก็ควรมีพื้นที่เก็บของเพียงพอ
- วางแผนการจัดแสงในบ้าน จริงๆแล้วแสงไฟนั้นมีผลต่อบรรยากาศของบ้านส่วนสำคัญเลย การเลือกหลอดไฟที่ให้แสงสว่างพอเหมาะและตกแต่งด้วยโคมไฟหรือไฟเสริมช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้กับห้อง
เทรนด์แต่งบ้านในปี 2025 ที่ไม่ควรพลาด
การแต่งบ้านในทุกวันนี้ไม่ได้เป็นแค่การจัดวางตัวแต่งเฟอร์นิเจอร์ในตัวบ้านเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มความสบายใจ ความผ่อนคลาย และสะท้อนถึงไลฟ์ไสตล์ของเจ้าของบ้านและผู้อยู่อาศัยด้วย และในปี 2025 เทรนด์การแต่งบ้านก็ได้มีการผสมผสานหลากลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานของเฟอร์นิเจอร์ หรือการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมในการตกแต่งมากขึ้นและสร้างความรู้สึกผ่อนคลายเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยให้ความสำคัญกับการออกแบบที่ตอบโจทย์การใช้งานหลากหลาย เราจะพามาดูกันว่าเทรนด์การแต่งบ้านที่กำลังมาแรงในปีนี้มีเทรนด์แบบไหนบ้าง
-
Multifunctional & Modular Furniture เฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์
ปัจจุบันนี้มีหลายๆคนที่เลือกที่จะอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์หรือพื้นที่ที่มีจำกัด ทำให้การจัดพื้นที่ใช้สอยในบ้านนั้นเป็นเรื่องสำคัญ นอกจากการเลือกเฟอร์นิเจอร์ให้สวยงามแล้วก็ต้องเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งานในพื้นที่จำกัดด้วย การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์กำลังเป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน ตัวเฟอร์นิเจอร์จะถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานได้มากกว่าหนึ่งหน้าที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปทรงตามการใช้งานได้ตามต้องการในพื้นที่ที่จำกัด ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น เตียงนอนที่มีลิ้นชัก เพิ่มพื้นที่จัดเก็บโดยไม่ต้องใช้ตู้เสริม,โซฟาเบด ที่สามารถปรับเป็นเตียงนอนได้ เหมาะสำหรับบ้านที่มีพื้นที่จำกัด หรือโต๊ะพับติดผนัง
- ข้อดีของ Multifunctional & Modular Furniture
- ประหยัดพื้นที่ – เหมาะสมหรับบ้าน ห้อง หรือคอนโดที่มีขนาดเล็ก
- ประหยัดงบ – ถึงแม้ว่าเฟอร์นิเจอร์ประเภทนี้ราคาอาจจะสูงกว่าปกติ แต่ถ้าในระยะยาวก็สามารถลดค่าใช้จ่ายจุกจิกได้ เพราะไม่ต้องซื้อเพิ่มหลายๆชิ้น
- ดีไซน์ทันสมัยและสวยงาม – ดีไซน์ที่ออกมาแบบเรียบง่าย โมเดิร์น เหมาะกับสไตล์มินิมอลหรือโมเดิร์นลอฟท์
- เหมาะกับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ – ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบความสะดวกสบายและความคล่องตัว
- ข้อเสียของ Multifunctional & Modular Furniture
- ราคาสูง – เนื่องจากใช้งานได้หลายฟังก์ชั่นหรือถูกออกแบบมาแบบพิเศษ
- อาจไม่แข็งแรงเท่ากับเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป – มีการออกแบบให้ปรับเปลี่ยนได้ จึงอาจไม่แข็งแรงเท่ากับเฟอร์นิเจอร์ที่มีโครงที่แข็งแรงกว่า
- ไม่เหมาะกับทุกพื้นที่ – ถึงแม้จะปรับเปลี่ยนได้ แต่บางพื้นที่เช่น ห้องที่มีมุมเยอะ บางดีไซน์ก็อาจจะไม่พอดีกับพื้นที่
Smart Home Integration เทคโนโลยีสมาร์ทโฮม
Smart Home Integration หรือเทคโนโลยีสมาร์ทโฮมคือ การนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งในฟังก์ชันการใช้งานของเฟอร์นิเจอร์ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ สามารถสั่งการผ่านมือถือได้, ระบบรักษาความปลอดภัย ที่สามารถดูแบบเรียลไทม์ได้ผ่านมือถือ หรือระบบเซนเซอร์อัตโนมัติ เพื่อที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย
- ข้อดีของ Smart Home Integration
- สะดวกสบาย – ควบคุมทุกอย่างได้ง่าย ผ่านแอปมือถือหรือผ่านเสียง
- ความปลอดภัย – มีระบบล็อกประตูและกล้องวงจรปิดที่เช็คได้เรียลไทม์
- ประหยัดพลังงาน – สามารถตั้งค่าเวลาการใช้งานให้มีประสิทธิภาพ
- เหมาะกับไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล – เชื่อมต่อและทำงานร่วมกับอุปกรณ์ ITได้
- ข้อเสียของ Smart Home Integration
- ราคาสูง – เนื่องจากฟังก์ชันที่พิเศษกว่าแบบอื่น ราคาก็อาจจะสูงตามไปด้วย
- ติดตั้งยาก – อาจต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการตั้งค่าหรือเชื่อมต่อระบบ
- ปัญหาด้านความปลอดภัยไซเบอร์ – หากไม่ได้ตั้งค่าระบบที่ดี อาจจะเสี่ยงต่อการโดนแฮ็กได้
- อินเตอร์เน็ตที่ต้องเสถียร – เนื่องจากอุปกรณ์หลายๆอย่างจำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ตเป็นตัวกลางการสั่งงาน
Moody & Dark Tones การใช้โทนสีเข้ม
Moody & Dark Tone คือการใช้โทนสีเข้มในการตกแต่งภายในบ้าน จะช่วยเพิ่มความหรูหรา ลึกลับ น่าค้นหา และมีสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ นอกจากการใช้สีเข้มแล้วจะมีการเล่นกับแสงและเงาเพื่อเพิ่มบรรยากาศอีกด้วย เช่น การใช้แสงไฟที่เหมาะสมจะช่วยสร้างมิติกับห้องได้ บวกกับการเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ควรมีดีไซน์ที่เรียบๆ แต่มีเอกลักษณ์
- ข้อดีของการแต่งบ้านสไตล์ Moody & Dark Tones
- ความหรูหราและมีสเน่ห์ – เนื่องจากสีเข้มจะช่วยเพิ่มความรู้สึกหรูหราและคลาสสิค เหมาะกับกับการแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์น
- ความรู้สึกถึงความลึกลับและเป็นเอกลักษณ์ – เพราะโทนสีเข้มช่วยทำให้ห้องดูน่าสนใจและมีความลึกซึ้ง
- สร้างจุดโฟกัส – การใช้สีเข้มกับผนังจะช่วยให้เราสร้างจุดโฟกัสเพิ่มมากขึ้น ถ้าหากเลือกสีเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่กลืนและไม่จำเป็นต้องใช้สีที่โดดเด่น
- ข้อเสียของการแต่งบ้านสไตล์ Moody & Dark Tones
- อาจทำให้ห้องดูแคบและอึดอัด – เนื่องจากสีเข้มจะดูดแสงมากกว่าสีอ่อน บางทีอาจจะทำให้ห้องที่มีขนาดเล็กอยู่แล้วอาจจะดูอึดอัดและแคบกว่าความเป็นจริง
- ทำให้ฝุ่นและรอยเปื้อนเห็นชัดเจน – เพราะวัสดุหรือผนังบางประเภท เช่น มันเงาหรือผิวด้าน อาจจะทำให้เห็นฝุ่น คราบนิ้วมือ และรอยขีดข่วนเห็นชัดกว่าสีอ่อน
- อาจทำให้บรรยากาศดูหม่นหมองเกินไป – ถ้าใช้สีเข้มมากเกินไปโดยไม่มีเฟอร์นิเจอร์สีอ่อนมาตัด อาจจะทำให้บรรยากาศดูเศร้า หม่นหมอง
- เข้ากับสไตล์การตกแต่งบางประเภทเท่านั้น – ถ้าอยากตกแต่งแนว cozy หรือใช้โทนสีสดใส การแต่งแบบ Moody & Dark Tones อาจจะไม่เหมาะ
Sustainable & Biophilic Design ธรรมชาติกับความยั่งยืน
ในยุคปัจจุบันปัญหาสิ่งแวดล้อมนั้นกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น Sustainable Design คืออีกหนึ่งการออกแบบตกแต่งภายในบ้านที่ไม่เพียงเพื่อความสวยงามหรือสะดวกสบายเท่านั้น แต่ยังช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสิ้นเปลือง เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ออกแบบให้ประหยัดพลังงาน และการลดของเสียไปจนถึงการสร้างพื้นที่ที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ
- ข้อดีของการแต่งบ้านสไตล์ Sustainable Design
- ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ลดทั้งของเสียและมลพิษ
- เสริมสร้างสุขภาพและคุณภาพชีวิต สามารถใช้พืชช่วยฟอกอากาศ ลดฝุ่น และเพิ่มความชื้นในอากาศได้อีกด้วย
- ลดค่าใช้จ่ายระยะยาว เนื่องจากใช้วัสดุที่ทนทานจึงช่วยลดการเปลี่ยนบ่อยๆ
- สร้างความผ่อนคลาย สีเขียวของต้นไม้จะช่วยให้รู้สึกสงบและผ่อนคลาย
- ข้อเสียของการแต่งบ้านสไตล์ Sustainable Design
- ต้นทุนติดตั้งสูง วัสดุบางชิ้นมีราคาและค่าติดตั้งสูงกว่าวัสดุทั่วๆไป
- ต้องดูแลรักษา วัสดุธรรมชาติเช่น ต้นไม้และพืชประดับอาจจะต้องการดูแลรดน้ำ หรือตัดแต่งเรื่อยๆ
Artistic & Personalized Decor ศิลปะและความเป็นเอกลักษณ์
การตกแต่งภายในบ้านแบบ Artistic & Personalized Decor หรือ ศิลปะและความเป็นเอกลักษณ์ในการตกแต่งบ้าน เป็นการตกแต่งบ้านที่เน้นการแสดงถึงตัวตน ความชอบ รสนิยมที่มีความเฉพาะของเจ้าของบ้าน โดยใช้งานศิลปะ งานCustoms หรือของสะสม ซึ่งการตกตแต่งสไตล์นี้จะไม่ความตายตัว เพราะเจ้าของบ้านสามารถตกแต่งได้ตามใจชอบและจัดวางได้อิสระ ซึ่งสิ่งเหล่านี้นอกจากจะช่วยให้บ้านสวยงามแล้ว แต่ยังสร้างความรู้สึกผูกพันและเต็มไปด้วยความหมาย เอกลักษณ์ของเจ้าของบ้าน
- ข้อดีของการตกแต่งแบบ Artistic & Personalized Decor
- สร้างเอกลักษณ์และบ่งบอกรสนิยม การเลือกใช้รูปภาพ หรือเฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบมาเฉพาะ จะช่วยทำให้พื้นที่บ้านกลายเป็นพื้นที่สะท้อนตัวตน และแตกต่างไม่เหมือนใคร
- ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ เพราะไม่มีรูปแบบการจัดวางหรือการตกแต่งแบบตายตัว ก็สามารถมาอิสระในการเลือกของตกแต่งตามความชอบของเจ้าของบ้าน
- ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับบ้าน บ้านที่มีเอกลักษณ์สามารถดึงดูดความสนใจ หากต้องการขายหรือปล่อยเช่า
- ข้อเสียของการตกแต่งแบบ Artistic & Personalized Decor
- อาจทำให้บ้านดูรกหรือลายตา ถ้าหากเลือกใช้ของที่มีสีสันและลวดลายมากเกินไปอาจจะทำให้บ้านดูวุ่นวาย
- ต้นทุนสูง พวกงานศิลปะ เฟอร์นิเจอร์ที่สั่งcustoms หรือของสะสมอาจจะมีราคาสูง
บ้านไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่ควรเป็น “Safe Zone” ที่มอบความผ่อนคลายและความสงบจากความเครียดต่างๆ ในชีวิตประจำวัน การตกแต่งภายในบ้านสามารถสร้างบรรยากาศที่สะท้อนถึงตัวตนและอารมณ์ของเจ้าของบ้านได้ โดยไม่เพียงแต่ต้องการความสวยงาม แต่ต้องคำนึงถึงความสบายใจและการใช้งานที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต อย่างที่เห็นได้ชัดว่าในปี 2025 การตกแต่งบ้านได้กลายเป็นการผสมผสานเทคโนโลยีและความยั่งยืนเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลายและสอดคล้องกับสไตล์การใช้ชีวิตสมัยใหม่
- Published in blog
ทริคตกแต่งภายในบ้านสไตล์ cozy: แต่งแล้วน่าอยู่ อบอุ่น มีสไตล์
ใครเคยไปบ้านที่ให้บรรยากาศอบอุ่น มีแสงไฟสลัวๆ มีกลิ่นอายของความอบอุ่น จะบอกว่าการตกแต่งบ้านสไตล์นี้ เราอาจไม่มีสไตล์เรียกที่ชัดเจนแต่จุดเด่นคือต้องมีสิ่งที่ให้ความรู้สึก “Cozy” กลายมาเป็นสไตล์การตกแต่งบ้านแบบ cozy อย่างที่เราเรียกกันในปัจจุบัน
Cozy คืออะไร?
บ้านสไตล์ Cozy ส่วนใหญ่จะเน้นไปในเรื่องของการตกแต่งภายในบ้าน (interior design) ซึ่งอาจจะเป็นบ้านสไตล์โมเดิร์น บ้านสไตล์วินเทจ หรือแม้แต่บ้านแบบมนิมอล ทั้งหมดนี้สามารถให้บรรรยากาศความ cozy ได้ทั้งหมด สรุปให้เข้าใจง่าย บ้านสไตล์ “cozy” คือบ้านที่เน้นบรรยากาศ
ทีนี้สีอะไร โทนประมาณไหนล่ะที่จะเหมาะกับคำว่า “cozy” ที่สุด ? โดยทั่วไปสีไม่ได้ชัดเจนมากนัก แต่ถ้าสีที่สามารถให้ความรู้สึกอบอ่นได้ดียกตัวอย่างให้เห็นภาพที่สุดคือสีประเภทเอิธโทนเน้นเฟอร์นิเจอร์ธรรมชาติ ที่แสดงให้เห็นความเรียนง่าย โปร่งสบาย สว่าง และละมุนอบอุ่น นั่นก็คือสีน้ำตาล เขียวเข้ม หรือสีนู้ดๆ ครีมก็ได้เช่นเดียวกัน
ตกแต่งภายในบ้านแบบ Cozy เริ่มแบบนี้!
ก่อนเริ่มตกแต่งบ้านให้มีความ cozy สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ 2 ปัจจัยหลัก นั่นคือ ความเรียบง่ายเป็นธรรมชาติ และการเลือกโทนสีให้เหมาะสม
- ความธรรมชาติและเรียบง่าย คือการเลือกโทนที่มีความสว่าง โปร่ง เบาสบาย ให้ห้องดูกว้างและให้ความรู้สึกสบาย รวมไปถึงการเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่เน้นไปที่สีธรรมชาติ สีไม้ๆ เขียวๆ จะง่ายต่อการตกแต่งและใช้ไฟสีละมุนๆ อ่อนๆ
- โทนสีที่ใช้แนะนำว่าควรเป็นสีเอิร์ธโทน หรือถ้าไม่มีก็อาจจะเป็นสีสันสดใสไปเลย แล้วเน้นการใช้ไฟในการตกแต่งให้มีความอบอุ่นและ cozy มากขึ้น
ที่นี้ไปถึงการตกแต่งภายในบ้าน USfurnish แนะนำว่าควรเลือกการตกแต่งที่เป็นตัวของตัวเองแต่ก็ยังคงมีความเป็นธรรมชาติด้วยในเวลาเดียวกัน และสำหรับใครที่ต้องการบ้านให้มีกลิ่นอายความ Cozy ละก็ ควรตกแต่งตามนี้เลย
- เลือกโทนสีอบอุ่นเป็นพื้นฐาน
การเลือกโทนสีที่เหมาะสมเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างบรรยากาศโคซี่ ให้เน้นใช้สีเอิร์ธโทนเป็นหลัก โดยเฉพาะสีน้ำตาลอ่อนหรือน้ำตาลโทนร้อน ผสมผสานกับสีนู้ดหรือสีเนื้อเพื่อเพิ่มความนุ่มนวล ช่วยลดความแข็งกระด้างของสีน้ำตาล ทำให้บ้านดูอบอุ่นและผ่อนคลายมากขึ้น
- ใช้เฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์
เนื่องจากสไตล์โคซี่เน้นความเรียบง่าย การเลือกเฟอร์นิเจอร์แบบมัลติฟังก์ชันจึงเป็นตัวเลือกที่ชาญฉลาด นอกจากจะช่วยประหยัดพื้นที่แล้ว ยังเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน เช่น โซฟาที่ปรับเป็นเตียงได้ หรือโต๊ะกาแฟที่มีช่องเก็บของ
- เพิ่มความมีชีวิตชีวาด้วยต้นไม้
แม้ว่าโทนสีหลักจะเป็นสีอบอุ่น แต่การเพิ่มต้นไม้สีเขียวจะช่วยสร้างความสดชื่นและมีชีวิตชีวาให้กับบ้าน แนะนำต้นไม้อย่างมอนสเตอร่า ว่านงาช้าง หรือแคคตัส ใส่ในกระถางสีขาวหรือตะกร้าหวายเพื่อเพิ่มความน่าสนใจ
- สร้างเสน่ห์ด้วยงานศิลปะและแสงไฟ
การตกแต่งผนังด้วยกรอบรูปศิลปะหรือภาพครอบครัวจะช่วยสะท้อนตัวตนของผู้อยู่อาศัย นอกจากนี้ การใช้ไฟวอร์มไวท์ประดับจะช่วยเพิ่มบรรยากาศอบอุ่นและโรแมนติก ทำให้บ้านมีเสน่ห์มากขึ้น
- จัดพื้นที่อย่างเรียบง่ายแต่มีสไตล์
สไตล์โคซี่เน้นความเรียบง่ายและสบายๆ ไม่จำเป็นต้องมีเฟอร์นิเจอร์มากมาย การจัดวางฟูกบนพื้นแทนเตียง หรือใช้ผ้าม่านสีขาวโปร่งแสง จะช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย
นอกจากนี้ การมีชั้นวางหนังสือไม้พร้อมจัดวางหนังสือและของตกแต่งอย่างสวยงาม จะช่วยสะท้อนไลฟ์สไตล์และเพิ่มความน่าสนใจให้กับห้องได้เป็นอย่างดี จะเห็นว่าการตกแต่งภายในบ้านที่ดีควรมีความเข้าใจในเรื่อง mood & tone และการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะสม ซึ่งการทำสิ่งเหล่านี้อาจจะต้องอาศัยความเป็นมืออาชีพ
USfurnish เราพร้อมมอบประสบการณ์การตกแต่งภายในบ้านให้กับคุณ ตั้งแต่การให้คำแนะนำ ไปจนถึงการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ และการจัดแต่งบ้านให้คุณอย่างครบวงจร เลือกตกแต่งบ้านสไตล์ Cozy เลือกให้ดี เลือก USfurnish
- Published in blog
การตกแต่งภายในบ้านแบบไหน ที่เหมาะกับสภาพอากาศแสนร้อนในไทยที่สุด ?
บ้านแต่ละประเทศจะมีสไตล์และรูปแบบการตกแต่งที่แตกต่างกัน สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกี่ยวกับรสนิยมเสียทั้งหมด แต่เกี่ยวข้องกับภูมิศาสตร์แทบจะเป็นส่วนใหญ่เลยก็ว่าได้ ยกตัวอย่างเช่น บ้านฝั่งยุโรปมักจะมีโครงสร้างที่แน่นหนา มีปล่องไฟ เน้นสร้างความอบอุ่น นั่นเป็นเพราะอากาศทางฝั่งนู้นมีความหนาว หรือบ้านทางฝั่งแอฟริกาที่จะเน้นความโล่ง เน้นการระบายอากาศนั่นก็เป็นเพราะแถบนี้จะมีความร้อนสูง เป็นต้น
สำหรับอากาศประเทศไทยที่เป็นเมืองชื้น (Tropical Country) บ้านเราจะมีความร้อนชื้นสูง ฝนตกฉ่ำ อากาศหนาวมาเร็วไปเร็ว แต่หลายๆ ครั้งเราในฐานะเมืองร้อนก็มักนำสไตล์บ้านแทบหน้าหนาวมาใช้ เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าบ้านแต่ละรูปแบบก็มีเสน่ห์ที่แตกต่างกัน
ดังนั้นแม้ว่าบ้านจะเป็นแบบสไตล์สแกนดิเนเวีย หรือสไตล์ยุโรป การตกแต่งภายในบ้านก็ควรรองรับสภาพอากาศที่ร้อนตลอดปีด้วย เพื่อให้การพักอาศัยมีความสมดุล USfurnish จะพาผู้อ่านมาทำความรู้จักกับแนวทางในการตกแต่งภายในบ้านสำหรับอากาศในไทย ตกแต่งแบบไหนถึงจะใช่สำหรับอากาศแบบนี้กันนะ ?
บ้านไม้แบบไทยๆ สมัยใหนก็เก๋ได้!
บ้านไม้ คือบ้านสไตล์ไทยแท้ที่นิยมกันมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายายของเรา โครงสร้างหลักจำเป็นสำหรับการสร้างบ้านประเภทนี้คือความโปร่ง ดังนั้นบ้านประเภทนี้จะประกอบไปด้วยโถงทางเดิน ระเบียงบ้าน เพื่อให้บ้านมีความโล่ง สภาวะสบาย ไม่อับชื้น และที่สำคัญคือต้องมีหน้าต่าง ประตู ที่เปิดรับลมได้สะดวก มีความร่มเย็น
การตกแต่งภายในบ้านแนะนำโคมไฟระย้า สีไฟโทนอบอุ่น (Warm light) สีเฟอร์นิเจอร์เป็นไม้ล้วนไปเลย และเน้นสีเขียวจากต้นไม้เพื่อเพิ่มสีสันให้บ้านมีสีสันสวยงามมากขึ้น
บ้านโมเดิร์นวิถีไทย รับมือกับอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย
บ้านโมเดิร์นวิถีไทยหลักๆ คือการออกแบบสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานกับคอนกรีตที่กันแดด แต่ไม่กันลม ทุกอย่างสมดุลไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไป ดังนั้นจึงเลือกการใช้ผนังก่ออิฐช่องลมช่วยบังแดด มีชายคากำลังดีเพื่อบังแดด และที่เป็นกิมมิคคือการยกใต้ถุนเป็นการระบายความร้อน โดยที่พื้นภายนอกจะเน้นการปลูกหญ้าหรือโรยกรวด อาจมีต้นไม้ต้นใหญ่ บริเวณบ้านด้วย เพื่อทำให้อากาศปลอดโปร่ง เย็นสบายและน่าอยู่มากขึ้น
การตกแต่งภายในบ้าน ควรเน้นสีสันแรงๆ ตัดไปเลยเพราะโดยปกติบ้านโมเดิร์นจะทาสีขาวอยู่แล้ว การมีสีสีนฉูดฉาดชัดเจนจะช่วยให้บ้านดูมีสไตล์มากขึ้น หรืออาจเอารูปมาติดตามผนังสร้างความอาร์ตก็สวยไปอีกแบบ
บ้านคอนกรีตล้วน โปร่งสบายสไตล์คนไทย
หลายคนจะทราบดีว่าบ้านคอนกรีตจะให้ความเย็นได้ดีมาก ลักษณะของบ้านควรจะเน้นการเปิดโล่ง และเน้นการมีพื้นที่อเนกประสงค์คล้ายๆ บ้านใต้ถุนสูง บ้านแบบนี้ข้อดีคือจะเย็นเองตามธรรมชาติ
การตกแต่งภายในบ้านแบบนี้ จะเน้นสีที่ไปในโทนเดียวกัน หรืออาจใช้ไม้มาตัดก็สวยดิบอีกแบบ ด้านล่างอาจจะเป็นโต๊ะไม้สำหรับนั่งชิล เน้นสีเขียวจากต้นไม้ประดับ สีไม้ตัดกันกำลังสวย เป็นบ้านที่มีสไตล์และโปร่งสบายในเวลาเดียวกัน
ไม่ว่าจะเป็นบ้านไม้แบบไทยๆ บ้านสไตล์โมเดิร์นผสมผสาน หรือบ้านคอนกรีตล้วนแบบคนยุคใหม่ จะบ้านสไตล์ไหนๆ ก็ตาม เราจะเน้นไปที่พื้นที่เปิดโล่ง อากาศถ่ายเทได้สบาย ดังนั้นแล้วการตกแต่งที่เหมาะสมที่สุดคือการมีต้นไม้เล็กหรือใหญ่ตกแต่งตามบ้านจะทำให้นอกจากอากาศเย็นแล้วยังทำให้ overall ของบ้านดูเย็นขึ้น และการใช้เฟอร์นิเจอร์โทนสีไม้ ก็จะทำให้มีความเป็นธรรมชาติและเย็นขึ้น สุดท้ายคือการใช้ไฟวอร์มโทน ที่จะสร้างบรรยากาศ cozy เบาๆ ได้เป็นอย่างดีด้วย
- Published in blog
ส่อง 2 สไตล์บ้านคนดัง: แรงบันดาลใจการตกแต่งภายในบ้านจากเซเลบ!
สมัยนี้เหล่าดารา เซเลบต่างมีคอนเทนต์เปิดบ้าน หรือการขึ้นบ้านใหม่ ซึ่งคอนเทนต์เหล่านี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ทำให้คนธรรมดาอย่างเราได้เห็นแบบบ้านของแต่ละคนอย่างเปิดเผย โดยเฉพาะสำหรับสาย interior ออกแบบภายในบ้านอย่างเรา ที่เล็งเห็นว่าแบบบ้านเหล่านี้สามารถนำมาเป็น reference ในการตกแต่งภายในบ้านได้อย่างสวยหรู แถมยังมีฟังก์ชันที่เราอาจจะคาดไม่ถึงอีกด้วย
Usfurnish นักออกแบบภายในอันดันต้นอย่างเราก็ต้องไม่พลาด พาผู้อ่านมาทำความรู้จักกับแบบตกแต่งภายในบ้านที่น่าสนใจของเหล่าเซเลบคนดัง มาดูไปพร้อมๆ กันว่าน่าอยู่มากแค่ไหน
รีฮันน่า: โมเดิร์น ลักซู หรูหราแต่ยังคลาสสิก
ภายใต้แนวคิดการออกแบบที่ผสมผสานความโมเดิร์นและความคลาสสิกเข้าด้วยกันอย่างลงตัว คฤหาสน์แห่งนี้เป็นภาพสะท้อนของรสนิยมอันเฉียบคมของเจ้าของบ้าน โดดเด่นด้วยการตกแต่งภายในที่เน้นโทนสีดำ ขาว และทอง สร้างบรรยากาศแห่งความหรูหราและทันสมัย
จุดเด่นของการตกแต่งคือการใช้วัสดุที่มีความมันวาว อาทิ กระจก สเตนเลส วัสดุชุบโครเมียม และหนังมันวาว ตัดกับลวดลายหินอ่อนอันประณีต และเฟอร์นิเจอร์ไม้คุณภาพสูง ก่อให้เกิดความสมดุลระหว่างความหรูหราและความอบอุ่น
บ้านแห่งนี้ประกอบด้วยห้องนอน 5 ห้อง และห้องน้ำ 7 ห้อง แต่ละห้องได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน โดยเฉพาะห้องน้ำและห้องครัวที่ใช้หินอ่อนตกแต่งทั้งห้อง สร้างความรู้สึกราวกับอยู่ในรีสอร์ทหรูระดับห้าดาว
อดัม เลอวีน: ธรรมชาติ ฟาร์มเฮาส์ เรียบง่ายแต่โดดเด่น
บ้านฟาร์มเฮ้าส์สุดชิค ที่ผสานธรรมชาติกับความโมเดิร์นได้อย่างลงตัว คือคำอธิบายบ้านได้อย่างดี
บ้านของอดัมเป็นการตีความใหม่ของสไตล์ฟาร์มเฮ้าส์ ที่ตกแต่งภายในบ้านด้วยการนำเอาเสน่ห์ของธรรมชาติมาผสมผสานกับความทันสมัยได้อย่างลงตัว วัสดุหลักที่ใช้ล้วนมาจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นไม้ หิน หรือผ้าป่าน สร้างบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเองทั่วทั้งบ้าน
จุดเด่นของบ้านอดัมอยู่ที่ความ “คลีนแต่มีเสน่ห์” การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์โทนสีขาวเป็นหลักช่วยสร้างความรู้สึกสะอาดตา แต่แต่งเติมด้วยสีสันอื่นๆ อย่างพอเหมาะ เพื่อเพิ่มมิติให้กับห้อง
แทนที่จะอัดแน่นด้วยเฟอร์นิเจอร์มากมาย อดัมเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ๆ เพียงไม่กี่ชิ้นในแต่ละห้อง เช่น ชุดโต๊ะอาหารไม้ขนาดใหญ่ หรือชุดโซฟาที่ดูโดดเด่น ส่วนของตกแต่งและชั้นวางส่วนใหญ่ถูกออกแบบให้ติดผนัง ช่วยให้พื้นที่ดูโปร่งโล่งและกว้างขวาง
เพื่อเพิ่มชีวิตชีวาให้กับบ้าน อดัมได้ตกแต่งด้วยงานศิลปะและต้นไม้ สร้างจุดสนใจและความสดชื่นให้กับทุกมุมของบ้าน
บ้านของอดัม เลอวีน จึงเป็นตัวอย่างที่ดีของการผสมผสานระหว่างความเรียบง่ายของสไตล์ฟาร์มเฮ้าส์กับความทันสมัย สร้างพื้นที่ที่ทั้งสวยงาม สบาย และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่ชื่นชอบสไตล์การตกแต่งที่เรียบง่ายแต่มีรสนิยม
ทุกคนล้วนอยากมีพื้นที่ที่เป็นทั้ง comfort zone และเป็นพื้นที่พักอาศัยที่สามารถชวยคนสำคัญมาใช้ชีวิตด้วยกันได้ แบบบ้านของเซเลบทั้งสองนี้จึงถือเป็นบ้านที่มีการตกแต่งภายในบ้านที่น่าสนใจ และน่าจะสร้างแรงบันดาบใจมากมายให้หลายๆ คนได้ไม่มากก็น้อย
- Published in blog
สิ่งที่ไม่ควรทำในการออกแบบตกแต่งภายใน มีอะไรที่ควรเลี่ยงบ้าง ?
มีหลายอย่างที่เจ้าของบ้านมักจะรู้สึกเสียดาย และเกิดความคิด “รู้งี้ไม่ทำดีกว่า” ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการตกแต่งภายในบ้าน เพราะนอกเหนือจากตัวบ้าน ภายในบ้านคือส่วนที่ต้องใช้ชีวิตทุกวันดังนั้นหากมีฟังก์ชั่นหรือส่วนใดในบ้านที่ไม่มีประสิทธิภาพมากพออาจทำให้เกิดความไม่พอใจในการใช้ชีวิตในบ้านได้ สิ่งที่เจ้าของบ้านควรจะได้รู้คือการเคล็ดลับในการเลี่ยงที่จะไม่ทำถ้าเป็นไปได้ และถ้าคุณยังไม่เจอใครที่มาสอนเรื่องนี้ USfurnish จะเป็นผู้ช่วยในการทำสิ่งที่ไม่ควรทำในการตกแต่งภายในบ้าน
เมื่อพูดถึงการตกแต่งบ้านหลายคนมักจะคิดไปที่การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ การเลือกสีผนัง หรือการประดับตกแต่งด้วยของชิ้นเล็กๆน้อยๆ แต่นอกเหนือจากนั้นยังมีสิ่งสำคัญที่มักถูกมองข้ามไปบ่อยครั้ง นั่นคือการออกแบบพื้นที่ใช้สอยต่างๆให้มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์การใช้งานของคนในบ้านได้อย่างแท้จริง
การตกแต่งภายในบ้านที่ดีนั้นไม่ได้วัดจากความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องคำนึงถึงความสะดวกสบาย ความปลอดภัย รวมถึงการใช้งานที่คุ้มค่ากับพื้นที่และการลงทุนด้วย ดังนั้นวันนี้ USfurnish จะมาแนะนำ 3 สิ่งที่ไม่ควรทำในการออกแบบตกแต่งภายในบ้าน เพื่อไม่ให้คุณต้องเสียดายกับการตัดสินใจที่ผิดพลาด
1. ไม่คำนึงถึงการใช้งานจริงของพื้นที่
การออกแบบตกแต่งภายในบ้านโดยมองแค่ความสวยงามเพียงอย่างเดียว โดยไม่ได้คำนึงถึงการใช้งานจริงของพื้นที่นั้นๆ ถือเป็นข้อผิดพลาดที่พบบ่อยมาก ยกตัวอย่างเช่น การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ในห้องที่มีขนาดเล็ก หรือการวางตำแหน่งโต๊ะทำงานในมุมที่แสงสว่างไม่เพียงพอ เป็นต้น
สิ่งเหล่านี้อาจดูดีตอนแรก แต่เมื่อใช้งานจริงก็จะรู้สึกอึดอัด ไม่สะดวกสบาย และทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการปรับเปลี่ยนอีกครั้ง ดังนั้นก่อนจะตกแต่งอะไร คุณจำเป็นต้องวางแผนและคำนึงถึงการใช้งานจริงของพื้นที่นั้นๆ ก่อนเสมอ
2. ซื้อของตกแต่งโดยไม่คำนึงถึงงบประมาณ
หนึ่งในความผิดพลาดที่บ่อยครั้งคือการซื้อของตกแต่งภายในบ้านโดยไม่ได้คำนึงถึงงบประมาณที่มีอยู่จริง อาจจะเพราะหลงใหลความสวยงามหรูหราของสินค้าชิ้นนั้นๆ จนลืมคิดให้รอบคอบ ทำให้สุดท้ายต้องเสียเงินเกินงบที่วางไว้
การตกแต่งบ้านอย่างมีสไตล์ไม่จำเป็นต้องใช้เงินเยอะแยะ เพราะคุณสามารถเลือกซื้อสิ่งของที่มีราคาประหยัด แต่มีคุณภาพดี ผสมผสานกับการประยุกต์ไอเดียสร้างสรรค์ด้วยตัวคุณเอง ก็จะได้บ้านที่สวยและถูกใจโดยไม่ต้องเสียเงินมากเกินไปแล้ว
3. ละเลยเรื่องแสงสว่างและการระบายอากาศ
แสงสว่างและการระบายอากาศเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่ที่ดีในบ้าน แต่หลายคนมักจะละเลยหรือไม่ได้ให้ความสำคัญเท่าที่ควร การขาดแสงสว่างที่เพียงพอจะทำให้บ้านดูคลุ้มคลั่งและอึดอัด ขณะที่การระบายอากาศไม่ดีก็จะส่งผลต่อคุณภาพอากาศภายในบ้าน อาจทำให้เกิดปัญหาเรื่องกลิ่นอับ นำไปสู่โรคภัยไข้เจ็บได้ในที่สุด
ดังนั้นในการตกแต่งภายในบ้าน คุณจำเป็นต้องคำนึงถึงการวางผังให้มีช่องทางระบายอากาศที่ดี รวมถึงจัดวางหน้าต่างและดีไซน์การตกแต่งให้เอื้อต่อการรับแสงสว่างจากธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้บรรยากาศภายในบ้านที่โปร่งโล่ง สดชื่น และถูกสุขลักษณะ
- Published in blog
ไอเดียตกแต่งภายในบ้านเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้อยู่อาศัย
เคยไหม เวลาอยู่บ้านบางทีก็แอบขัดใจว่าทำไมบรรไดถึงสูงจัง เดินขึ้น-ลงลำบาก หรือบางทีก็เหนือยกับการนั่งโซฟาที่ไม่รับกับสรีระ อากาศภายในบ้านดูอึดอัด ไม่ปลอดโปร่ง ซึ่งไม่ใช่แค่คุณที่มีปัญหาต่างๆ ภายในบ้าน เพราะสมาชิกในบ้านก็คงมีปัญหามากมายเป็นของตัวเอง และมันเป็นเรื่องที่ปกติเพราะปัญหาเหล่านี้เกิดจากการตกแต่งภายในบ้านที่ไม่ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยนั่นเอง ซึ่งถ้ามาลองมองย้อนดูแล้ว มันสามารถแก้ไขได้ง่ายมาก เพียงต้องเลือกและใส่ใจการตกแต่งภายในมากขึ้น ขยับนิดเพิ่มหน่อย รับรองว่าบ้านขอบคุณจะน่าอยู่และตอบโจทย์ความต้องการของผู้อยู่อาศัยอย่างแน่นอน และถ้าใครที่ไม่รู้ว่าควรเริ่มจากตรงไหน วันนี้ USfurnish มาพร้อมกับแนวทางสำหรับตกแต่งภายในบ้านมาให้คุณ มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง
6 แนวทางง่ายๆ ตกแต่งภายในบ้านได้อย่างตอบโจทย์สำหรับทุกคน
ตกแต่งภายในบ้านให้ยืดหยุ่น เพื่อการใช้งานอเนกประสงค์ เช่นการตกแต่งพื้นที่ให้มีฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครันเพื่อให้ห้องมีความโปร่งเป็นพิเศษด้วยการเปิดช่องแสงที่เหมาะสม เลือหเฟอร์นิเจอร์ที่ประยุกต์ได้หลายกิจกรรม เช่นใช้สำหรับทานข้าวและใช้ทำงานได้ หรือสร้างพื้นที่ส่วนกลางสำหรับทุกคนให้ได้ทำกิจกรรม
สวนในบ้าน การมีพื้นที่สีเขียวในบ้านช่วยให้บ้านดูมีชีวิตชีวา เช่นเดียวกับการเลือกพัสดุหรือลายตกแต่งที่มีสีสันป็นธรรมชาติ ช่วยให้บ้านดูดีขึ้นได้
บ้านเย็นสบาย สภาพอากาศประเทศไทยแบบนี้การมีบ้านที่เย็นสบาย ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชันถือเป็นความจำเป็น การเพิ่มฉนวนกันความร้องก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าลอง
เพิ่มความสงบในการทำงาน ปัจจุบันคนนิยมหันมาทำงานที่บ้านมากขึ้น การสร้างบรรยากาศที่เงียบสงบจะสามารถเป็นได้ทั้งพื้นที่ทำงาน อ่านหนังสือ ทำงานศิลปะ หรือสำหรับนอนเล่นชิลๆ ได้ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบครอบคลุม
มุมครัวที่รองรับทุกการใช้งาน เช่นการมีเคาท์เตอร์ครัวตรงกลาง รองรับการทำอาหารและการนั่งล้อมวงกินข้าว หรือพูดคุยพบปะสังสรรค์ เหมาะสำหรับทุกคนและทุกเพศทุกวัยอย่างแน่นอน
เพิ่มโซฟาหรือที่นั่งที่ปรับได้ บางครั้งการนั้งโซฟาแบบเดิมๆอาจไม่รองรับสรีระทุกคนในบ้าน แต่หากลองเลือกโซฟาแบบที่สามารถปรับเอนได้ จะช่วยให้สามารถปรับรับสรีระทุกคนได้อย่างเหมาะสม หรือบางคนอาจจะปรับนอนเลยก็ย่อมได้
ตกแต่งภายในบ้านอย่างมีสไตล์ หลากหลายฟังก์ชั่นการใช้งานกับ USfurnish
หากพูดถึงการออกแบบตกแต่งภายในบ้าน USfurnish ตอบโจทย์ทุกคนได้อย่างแน่นอน ด้วยการส่งมอบพื้นที่ภายในบ้านในอุดมคติของทุกคนอย่างทั่วถึง การมีที่อยู่อาศัยในฝันจะช่วยให้ประสบการณ์การอาศัยในบ้านของคุณดีกว่าที่เคยด้วยประสบการณ์การทำงานและเทคโนโลยี 3D ที่ช่วยให้ได้เห็นภาพก่อนจัดแต่งจริง พร้อมความชำนาญของเรา รับรองได้เลยว่า USfurnish จะสามารถตอบโจทย์ทุกคนได้อย่างทั่วถึง
- Published in blog
ไอเดียการจัดไฟเพื่อเพิ่มบรรยากาศในบ้าน แต่ละห้องควรจัดอย่างไร?
การจัดแสงไฟภายในบ้านเป็นเรื่องที่หลายคนมักมองข้าม ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว การจัดแสงทั้งที่เป็นแสงธรรมชาติ หรือฟลอดไฟนั้นสามารถสร้าง mood and tone ได้เป็นอย่างดี และเรียกว่าเป็ีอีกหนั่งศาสตร์ของการตกแต่งภายในบ้านด้วย เพียงแค่ต้องรู้จักเลือกแสงไฟและเข้าใจความต้องการของตนเองอย่างชัดเจน และสำหรับใครที่ยังนึกไม่ออกว่าการจัดไฟจะส่วนเพิ่มบรรยากาศในบ้านหรือในห้องได้อย่างไร ในวันนี USfurnish ผู้ให้บริการออกแบบตกแต่งภายในจะพาคุณไปสำรวจโลกของการตกแต่งห้องให้น่าอยู่ด้วยแสงไฟกัน
ห้องนั่งเล่น: แสงสว่างเพื่อความผ่อนคลายและการพักผ่อน
ห้องนั่งเล่นเป็นศูนย์กลางของบ้าน จุดที่เราใช้ในการพักผ่อนหลังจากวันยาวนาน การจัดแสงสว่างอย่างถูกวิธีจะช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลายและสบายตา เป็นการตกแต่งภายในบ้านที่มีสไตล์และมีเอกลักษณ์
- ใช้โคมไฟตั้งพื้น
โคมไฟตั้งพื้นเป็นทางเลือกที่ดีในการสร้างแสงนวลละมุนละไม ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเอง คุณสามารถเลือกโคมไฟที่มีแสงสว่างปรับระดับได้ เพื่อความยืดหยุ่นในการปรับบรรยากาศตามสถานการณ์
- ติดตั้งดาวน์ไลท์
ดาวน์ไลท์เป็นวิธีที่ดีในการจัดแสงสว่างทั่วทั้งห้อง ให้แสงสว่างกระจายอย่างสม่ำเสมอ แต่อย่าลืมใช้หลอดไฟที่มีแสงนุ่มนวล เพื่อไม่ให้ห้องดูโล่งจนเกินไป
ห้องครัว: แสงสว่างเพื่อการทำงานและบรรยากาศการรับประทานอาหาร
ห้องครัวเป็นพื้นที่ที่ต้องการทั้งแสงสว่างสำหรับการทำงานและบรรยากาศอบอุ่นสำหรับการรับประทานอาหาร การจัดแสงสว่างอย่างชาญฉลาดจะช่วยให้คุณได้สองอย่างในเวลาเดียวกัน
- ใช้ดาวน์ไลท์เหนือเคาน์เตอร์
การติดตั้งดาวน์ไลท์เหนือเคาน์เตอร์ทำงานจะให้แสงสว่างเพียงพอสำหรับการเตรียมอาหารและงานครัวอื่นๆ เลือกใช้หลอดไฟที่มีแสงสีขาว เพื่อให้เห็นสีของอาหารได้อย่างชัดเจน
- ใช้โคมไฟเพดานเหนือโต๊ะอาหาร
โคมไฟเพดานที่มีแสงนุ่มนวลและปรับระดับได้จะช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่นและผ่อนคลายในขณะรับประทานอาหาร คุณสามารถเลือกโคมไฟที่มีดีไซน์สวยงามเพื่อเป็นจุดเด่นของห้องครัวได้ด้วย
ห้องนอน: แสงสว่างเพื่อความผ่อนคลายและการพักผ่อนอย่างเต็มที่
ห้องนอนคือที่พักพิงสุดท้ายของเราหลังจากวันยาวนาน การจัดแสงสว่างอย่างถูกต้องจะช่วยให้คุณได้พักผ่อนอย่างเต็มที่และตื่นนอนอย่างสดชื่น
- ใช้โคมไฟตั้งโต๊ะข้างเตียง
โคมไฟตั้งโต๊ะข้างเตียงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการอ่านหนังสือก่อนนอน ให้แสงสว่างนุ่มนวลและไม่รบกวนคนที่กำลังนอนอยู่ คุณสามารถเลือกโคมไฟที่มีสวิตช์ปรับระดับแสงได้ด้วย
- ใช้ไฟสปอตไลท์เพื่อจัดแสงเน้น
สปอตไลท์เป็นวิธีที่ดีในการจัดแสงเน้นไปที่จุดสนใจภายในห้องนอน เช่น ผนัง ภาพวาด หรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นโปรด ช่วยเพิ่มมิติและบรรยากาศให้กับห้องนอน
ห้องทำงาน: แสงสว่างเพื่อการทำงานและประสิทธิภาพ
สำหรับห้องทำงานที่บ้าน การจัดแสงสว่างที่ถูกต้องเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อช่วยลดความเครียดจากการมองหน้าจอและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
- ใช้โคมไฟตั้งโต๊ะ
โคมไฟตั้งโต๊ะเป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับการจัดแสงสว่างบนพื้นที่ทำงาน ให้แสงสว่างตรงจุดและไม่ส่องแสงกระจายเกินไป เลือกโคมไฟที่สามารถปรับทิศทางและระดับแสงได้ เพื่อความสะดวกสบายในการทำงาน
- เลือกหลอดไฟสีขาวธรรมชาติ
หลอดไฟสีขาวธรรมชาติจะช่วยลดความเครียดจากการมองหน้าจอ และสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมกับการทำงาน หลีกเลี่ยงหลอดไฟสีเหลืองหรือสีอุ่น เพราะอาจทำให้ง่วงนอนได้
การจัดแสงสว่างภายในบ้านเป็นการตกแต่งภายในบ้านที่จะช่วยเพิ่มบรรยากาศที่เหมาะสมกับการใช้งานของแต่ละห้อง ไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องนอน หรือห้องทำงาน ด้วยเทคนิคการจัดแสงที่ถูกต้อง คุณจะได้รับความรู้สึกผ่อนคลายและบรรยากาศที่อบอุ่นน่าอยู่ภายในบ้านของคุณ ถ้าคุณกำลังมองหาเฟอร์นิเจอร์เพื่อตกแต่งบ้านให้มีบรรยากาศที่ดี อย่าลืมนึกถึง USfurnish ผู้ให้บริการรับออกแบบตกแต่งชั้นนำ พร้อมเนรมิตทุกพื้นที่ของคุณให้น่าอยู่และมีสไตล์
- Published in blog